
เดิมทีผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการ์ตูน Super-Hero มาก ไม่ว่าจะเป็น Super-Hero จากค่าย Marvel Comics หรือ DC Comics ก็ตาม ถ้ามีช่องทางที่สามารถติดตามได้ก็จะติดตามตลอด เพราะสมัยก่อนยอมรับว่าการที่จะหาการ์ตูนทั้ง 2 ค่ายมาอ่านอย่างต่อเนื่องมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน และในตอนนี้ Super-Hero อย่าง Thor (2011) ได้มีภาพยนตร์เป็นของตัวเองกันซักที เพราะเขาเตรียมร่วม Project ใหญ่กับเพื่อนค่ายเดียวกันใน The Avengers (2012) จึงต้องมาปูพื้นก่อนที่จะรวมทีมกันจริงๆ
พูดตรงๆ ว่า Thor เป็นตัวละครหนึ่งที่ผมไม่เคยได้อ่านการ์ตูนของเขา และเป็นอะไรที่น่าห่วงเมื่อได้ยินว่าจะมาทำเป็นภาพยนตร์คนแสดงจริง เพราะเป็น Super-Hero ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนักเมื่อเทียบกับ Spider-Man, Iron Man แต่ก็ไม่มีทางพลาดที่จะไปชม

Thor (2011) เป็นเรื่องราวของชายที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อภาพยนตร์ ซึ่งเป็นทายาทของ Odin เทพเจ้าผู้ปกครองอาณาจักร Ascard แต่ Odin มีทายาทด้วยกันถึง 2 คนคือ Thor และ Loki . . . ทั้ง 2 ต่างก็เป็นผู้ถูกคาดหวังให้สืบทอดตำแหน่งกษัตริย์ต่อจาก Odin ผู้เป็นพ่อ แต่ด้วยคามหยิ่งทะนง และขาดการยั้งคิด ไตร่ตรองของ Thor ทำให้จุดไฟสงครามกับอาณาจักรโยธันไฮม์ Odin จึงเนรเทศ Thor ลงมาสู่โลกมนุษย์ และได้พบกับ Jane Foster นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเธอทำให้ Thor ได้เปลี่ยนไป

[SPOIL] หมายเหตุ!! ข้อมูลด้านล่างนี้อาจจะมีการเปิดเผยเนื้องเรื่องบางส่วนโดยไม่รู้ตัว ถ้าใครยังไม่ได้ชม และไม่อยากรู้ก่อน อย่าเพิ่งอ่านนะครับ ไม่งั้นจะเสียอรรถรสในการรับชมแน่นอน (จะข้ามไปอ่านในส่วน Summary เลยก็ได้)
Thor (2011) เป็น 1 ใน 2 ภาพยนตร์จาก Marvel Studio ที่มีการโปรโมตน้อย ไม่ได้โชว์อะไรที่เป็นทีเด็ดให้เราเห็นกันซักเท่าไหร่ ทำให้ตอนแรกคิดว่า “จะไปรอดหรือไม่” เพราะความที่เป็นตัวละครที่มีคนรู้จักน้อย และไม่โชว์ทีเด็ด ทำให้อดคิดอย่างนั้นไม่ได้จริงๆ หลังจากที่ได้ชมโดยรวมสนุกใช้ได้อยู่ แต่เหมือนมันสนุกไม่สุด มันยังสามารถใส่อะไรลงให้ให้สนุกมากขึ้นได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็บอกได้เลยว่า ชอบ ครับ เพราะเดิมไม่คิดว่าหนังจะโดดเด่น กลับห่วงด้วยซ้ำ

การเล่าเรื่อง ผมว่าทำได้ดีเลยทีเดียว โดยเล่าเรื่อง 2 โลกได้อย่างไม่น่าเบื่อ ในโลกของเทพเจ้าจะเล่าเรื่องที่มาที่ไปของ Thor และเพราะเหตุใดที่ทำให้ Thor ถูกเนรเทศมาสู่โลกมนุษย์ โดยในโลกของเทพเจ้าเป็นการเล่าเรื่องจากจริงจัง ขึงขัง บวกกับฉาก Action ที่ดุดัน ทำให้ไม่รู้สึกเนือยๆ หรือน่าเบื่อแต่อย่างใด พอมาเล่าเรื่องบนโลกมนุษย์ก็ทำได้ดีใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีฉาก Action จริงจังแค่จุดเดียวคือ Destroyer จะว่าเป็นหุ่นยนต์ หรืออาวุธของ Odin ผู้เป็นพ่อ จู่โจม Thor และสหายซึ่งดูสนุกแต่ไม่ถึงที่สุด แต่ผสมผสานกับมุขตลกที่แทรกค่อนข้างเยอะ ทำให้รู้สึกว่ามันหักลบกันได้
จุดที่ชอบมากคือ Thor (2011) เป็นการนำเอาเหตุการณ์ใน End Credit Scene จาก Iron Man 2 (2010) มาใส่ในหนังทำให้ดูเชื่อมโยงตัวละครของภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นการมีพูดถึง 2 ตัวละครอย่าง Tony Stark และ Bruce Banner ทำให้รู้สึกถึงความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สังเกตดีๆ เราได้เห็นอีกตัวละครหนึ่งคือ Hawkeye ในฉากที่ Thor บุกเข้าไปเอาค้อนคืนครับ

ด้านเทคนิคพิเศษ ส่วนตัวคิดว่าทำได้ดีเกินคาดมา มันเนียนจนคิดว่ามันเป็นของจริงเมื่อเรามองในมุมมองของตัวละครในภาพยนตร์ ฉากอาณาจัก Ascard ก็สวยงาม เป็นธรรมชาติมาก และสิ่งที่ทำให้แปลกใจอย่างหนึ่งคือ รอบที่ผมดูเป็น 3D ซึ่งเหมือนโดนบังคับดู เพราะไม่มีรอบที่เป็น 2D เลย แต่ทีแรกคิดว่าคงเป็น 3D แค่บางฉากแต่ผิดคาดครับ มัน 3D ทั้งเรื่อง แต่ไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่า เจ๋ง เพราะรู้สึกว่าความสว่างของหนังมันลดลง ทำให้ดูมืดๆ ยังไงชอบกล อีกอย่างที่จะติคือ 3D ที่เราเห็นมันแค่ทำให้ตัวละคร หรือสิ่งของนั่นโผล่ยื่นออกมาให้เราเห็นเท่านั้น แต่มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกได้ว่าเราอยู่ในเหตุการณ์ของภาพยนตร์ ถ้าให้แนะนำ คงให้ดู 2D จะได้อรรถรสดีกว่า

เรื่องของตัวละคร คิดว่าวางสมดุลได้ได้เหมาะสม ไม่ทำให้เราลืมตัวละครเลยซักตัว Chris Hemsworth ที่รับบทเป็น Thor ซึ่งจำไม่ได้ว่าเคยเล่นภาพยนตร์เรื่องอะไรบ้าง คุ้นว่าว่าเคยเห็นใน Star Trek (2009) โดยเขาก็เล่นได้ดี แต่มีบางช่วงส่งอารมณ์ไม่ถึงบ้างไม่เป็นไร แต่ตัวละครที่กลับชอบมากกว่าคือ Loki เป็นตัวละครที่เล่นด้านอารมณ์ได้ชัดเจนกว่าใคร และ Tom Hiddleston เล่นได้เข้าถึงดีมากเลยครับ ส่วนนางเอก Natalie Portman … สวยครับ แต่ไม่รู้ทำไมรู้สึกทุกทีว่า Portman ดูไม่เหมาะกับภาพยนตร์แนว Super-Hero เท่าไหร่นัก อย่าง V for Vandetta (2006) ก็เช่นกัน ดูขัดๆ นิดๆ ตัวละครอื่นๆ เช่น Odin รับบทโดย Anthony Hopkins ส่งพลังและดูน่าเกรงขามมาก Darcy Lewis รับบทโดย Kat Dennings ถึงจะมีแค่บทเล็กๆ แต่ขโมนซีนได้ตลอด (ท้ายเรื่องเธอเจอ iPod หรือยัง ฮะ ฮะ) Agent Coulson รับบทโดย Clark Gregg มีบทที่มากกว่าเดิม และที่ขาดไม่ได้คือ Stan Lee ที่ขอมาเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ทุกเรื่องในของ Super-Hero ค่าย Marvel ครั้งนี้มารับบทเป็นคนขับรถบรรทุก เพื่อดึงค้อนจนรถพัง อย่างฮา

ฉาก Action ทั้งหลาย เล่าเรื่องได้ดี โดยเฉพาะในโลกของเทพเจ้าดูตื่นเต้น จริงจัง แต่พอมาในโลกมนุษย์ อย่างที่ได้กล่าวไป มีความสนุกอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับสนุกที่สุด มันน่าจะใส่อะไรลงไปอีกได้ โดยเฉพาะฉากที่ Thor สู้กับ Destroyer นั้น จบง่ายมาก น่าจะเล่นอะไรได้อีกเยอะในฉากนั้น
ฉาก End Credit เป็นอะไรที่สร้างความประหลาดใจ เพราะได้โยงถึงวัตถุลึกลับรูปลูกบาศก์ ที่เป็นแหล่งพลังงานอันมหาศาลในจักรวาล Marvel เรียกว่า Cosmic Cube โดยเรายังไม่เห็นความสามารถของมันในภาพยนตร์ Thor แต่เราจะได้เห็นพลังของมันแน่นอนใน Captain America: The First Avenger (2011) เพราะมันเป็นอาวุธประจำตัวของ Red Skull ศัตรูของ Captain America ครับ
ฉาก End Credit เป็นการบอกอ้อมๆ ว่า เมื่อ Nick Fury ได้พบ Cosmic Cube นั่นแสดงว่า Fury ได้พบร่างของ Captain America ที่ถูกแช่แข็งไว้ในเวลานั้นแล้วอย่างแน่นอน ดังนั้น Cosmic Cube น่าจะมีความสำคัญในภาพยนตร์ Captain America: The First Avenger (2011) และ The Avengers (2012) อย่างแน่นอนด้วย นอกจากนั้นบอกได้เลยว่า Loki ตอนท้าย ไม่ตายครับ และจะมีบทบาทอีกครั้งใน The Avengers (2012)

Thor (2011) ภาพยนตร์ Super-Hero คนใหม่เพื่อปูพื้นเข้าสู่ The Avengers (2012) เรื่องนี้ถือว่าสนุกใช้ได้ สอดแทรกมุขตลกได้เยี่ยม แต่ความสนุกที่เราได้รับนั้นมันเป็นความสนุกเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าเทียบกับ Super-Hero รุ่นพี่อย่าง Spider-Man หรือ Iron Man แล้ว Thor นั้นคงจะยังเทียบกันไม่ค่อยได้อยู่เล็กน้อย และจุดด้อยของการชม 3D สำหรับเรื่องนี้คือ ไม่สามารถพาผู้ชมให้รู้สึกว่าอยู่ในเหตุการณ์ได้ ทำได้เพียงแค่ยื่นออกมาให้เราได้สัมผัสเท่านั้น แนะนำให้ชมแบบ 2D ธรรมดาดีกว่า แต่ชื่นชมการวางโครงเรื่องให้กับตัวละครแต่ละตัวเพื่อนำไปสู่ Project ใหญ่อย่าง The Avengers จริงๆ ครับ ทำให้อดเครียดแทน Super-Hero อีกค่ายคือ DC Comics ไม่ได้เลยจริงๆ เพราะถึงแม้ว่า Batman ชุด Nolan กำกับจะดีเยี่ยมเพียงใด แต่ก็ไม่ได้วางเนื้อหาเพื่อนำไปสู่ Justice League of America (JLA) เลยสักนิดเดียว
8 / 10 สำหรับ Thor (2011) 3D และ 9 / 10 สำหรับ Thor (2011) 2D ครับ
Derector: Kenneth Branagh
Writer: Ashley Miller, Zack Stentz, Don Payne,
Genre: Action | Adventure| Sci-Fi
Release Date: 23 June 2009 (Thailand), 24 May 2009 (US)
Cast:
The End
Lefthit
No Comments